เริ่มต้นเส้นทางจาริก สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส เสด็จถึงราชอาณาจักรไทยแล้ว

วันนี้ (20 พฤศจิกายน 2562) เมื่อเวลา 11 นาฬิกา 48 นาที  ตามเวลาท้องถิ่น เครื่องบินพระที่นั่งซึ่งออกเดินทางจากกรุงโรม เดินทางถึงท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 โดยมีผู้แทนพระองค์ ผู้แทนรัฐบาล และสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย เฝ้ารับเสด็จ

เมื่อเครื่องบินพระที่นั่งเทียบ ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 อาร์ชบิชอป พอล ชาง อินนัม เอกอัครสมณทูตนครรัฐวาติกันประจำประเทศไทย นายณัฐวัฒน์ กฤษณามระ อธิบดีกรมพิธีการทูต กระทรวงการต่างประเทศ ขึ้นไปเข้าเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปาบนเครื่องบินพระที่นั่ง และกราบทูลเชิญเสด็จลงจากเครื่องบิน จากนั้น สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส เสด็จลงจากเครื่องบินพระที่นั่ง พร้อมด้วยคณะผู้ติดตามสมเด็จพระสันตะปาปา อาทิ พระคาร์ดินัลปีเอโตร ปาโรลิน เลขาธิการนครรัฐวาติกัน พระคาร์ดินัล แฟร์นันโด  ฟิโลนี  สมณมนตรีแห่งสมณกระทรวงประกาศพระวรสารสู่ปวงชน พระคาร์ดินัลมีเกล อายูโซ กวีโซ ประธานสมณสภาเสวนาระหว่างศาสนา ฯลฯ 

ที่นั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี รักษาการประธานองคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ในการรับเสด็จ ได้ถวายมาลัยข้อพระกรแด่สมเด็จพระสันตะปาปา นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ในฐานะรัฐมนตรีเกียรติยศประจำสมเด็จพระสันตะปาปา นายจักรี ศรีชวนะ เอกอัครราชทูตไทยประจำนครรัฐวาติกัน พลเรือตรี สมบัติ นาราวิโรจน์ นายทหารเกียรติยศประจำสมเด็จพระสันตะปาปา และผู้แทนกองทัพอากาศ เข้าเฝ้า เชิงบันไดด้านหน้าของเครื่องบิน

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสมีพระปฏิสันถารกับผู้แทนพระองค์ รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่เฝ้ารับเสด็จ จากนั้น มีพระปฏิสันถารกับผู้แทนผู้รับผิดชอบการรับเสด็จฝ่ายพระศาสนจักรท้องถิ่น ได้แก่ พระคาร์ดินัลฟรังซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช ประธานสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย อาร์ชบิชอป พอล ชาง อินนัม เอกอัครสมณทูตนครรัฐวาติกันประจำประเทศไทย มงซินญอร์ อันดรูว์ วิษณุ ธัญญอนันต์ ผู้ประสานงานทั่วไปของพระศาสนจักรท้องถิ่น บาทหลวงดาริโอ ปาวิซ่า เลขานุการ 1 บาทหลวงวิลเกอร์ เรย์ มาลโดนาโด โรดริเกซ เลขานุการ 2 ของสถานเอกอัครสมณทูตนครรัฐวาติกันประจำประเทศไทย บิชอปทั้ง 10 สังฆมณฑลในประเทศไทย และซิสเตอร์อานา โรซา ซีโวรี พระญาติของสมเด็จพระสันตะปาปา และผู้แทนเยาวชนจากสังฆมณฑล 11 เขตในประเทศไทย ที่แต่งชุดประจำชาติไทยมาเข้าเฝ้า แล้วเสด็จผ่านกองทหารเกียรติยศ ขณะนั้นปืนใหญ่ยิงสลุตถวายคำนับ 21 นัด

สมเด็จพระสันตะปาปาเสด็จไปประทับรถยนต์พระประเทียบ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี รักษาการประธานองคมนตรี ผู้แทนพระองค์ และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ผู้แทนคณะรัฐบาล พร้อมด้วยรัฐมนตรี ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ส่งเสด็จสมเด็จพระสันตะปาปา ทั้งนี้ บริเวณเดียวกันนั้นมีกลุ่มคริสตชนกว่า 100 คน โบกธงชาติไทย และธงนครรัฐวาติกันเฝ้ารับเสด็จ ห้องโถงภายในอาคารท่าอากาศยาน

จากนั้น ขบวนรถยนต์พระประเทียบมาถึงสถานเอกอัครสมณทูตนครรัฐวาติกันประจำประเทศไทย โดยมีบุคลากรของสถานเอกอัครสมณทูตนครรัฐวาติกันประจำประเทศไทยเฝ้ารับเสด็จ จากนั้น สมเด็จพระสันตะปาปาทรงประกอบพิธีบูชาขอบพระคุณ (พิธีมิสซา) เป็นการส่วนพระองค์

ก่อนหน้าที่จะเสด็จมายังประเทศไทย สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส พระประมุขแห่งนครรัฐวาติกัน และพระศาสนจักรคาทอลิก มีพระดำรัสเกี่ยวกับการเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทยว่า

ทรงมีความยินดีที่ได้เสด็จมาเยือนประเทศไทย ซึ่งเป็นดินแดนที่ผสานรวมกันของหลายเชื้อชาติ หลายวัฒนธรรม ทั้งยังมีขนบธรรมเนียมประเพณีอันน่าชื่นชม ทั้งประเทศไทยยังได้ทำงานอย่างเต็มที่เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ที่ไม่เพียงแต่เฉพาะในประเทศเท่านั้น หากแต่ยังรวมถึงภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย ทรงหวังว่าการเสด็จมาของพระองค์ในครั้งนี้ จะทำให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงความสำคัญของการเสวนาเพื่อศาสนสัมพันธ์ ด้วยความเข้าใจกันอย่างลึกซึ้ง ทั้งการร่วมมือทำงานกันฉันพี่น้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในด้านการทำงานบริการเพื่อคนยากจน ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ และการทำงานเพื่อสันติภาพ ทั้งยังได้ประทานพระพรแก่ประชาชนและประเทศไทย และทรงขอให้ภาวนาเพื่อพระองค์ด้วย

สำหรับกำหนดการเสด็จเยือนประเทศไทยของสมเด็จพระสันตะปาปานั้น ในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 จะได้เสด็จไปยังทำเนียบรัฐบาล เพื่อประทานพระดำรัสแก่นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ข้าราชการ ทูตานุทูต จากนั้น เสด็จไปเฝ้าสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม จากนั้น ทรงพบกับแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์คาทอลิก กับทั้งทรงเยี่ยมประทานพระพรแก่ผู้ป่วย โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ ต่อมา เสด็จไปเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต และเสด็จมาทรงประกอบพิธีบูชาขอบพระคุณ (พิธีมิสซา) สำหรับประชาสัตบุรุษ ในโอกาสเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทย สนามศุภชลาศัย

วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 จะประทานพระวโรกาสให้คณะบาทหลวง นักบวชชายหญิง นักพรต สามเณร ผู้ฝึกหัด ครูคำสอน เข้าเฝ้ารับประทานพระโอวาท วัดนักบุญเปโตร และสักการสถานบุญราศี นิโคลาส บุญเกิด กฤษบำรุง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม จากนั้นทรงพบกับคณะบิชอปของประเทศไทย และคณะบิชอปจากสหพันธ์สภาบิชอปแห่งเอเชีย  ก่อนเสด็จกลับทรงพบกับคณะนักบวชเยสุอิตที่สังกัดในประเทศไทย แล้วเสด็จไปทรงพบกับผู้นำคริสตศาสนานิกายต่างๆ รวมถึงผู้นำศาสนาในประเทศไทย พร้อมทั้งคณาจารย์ นิสิต นักศึกษา หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และทรงประกอบพิธีบูชาขอบพระคุณ (มิสซา) สำหรับเยาวชน อาสนวิหารอัสสัมชัญ ก่อนที่จะเสด็จต่อไปยังประเทศญี่ปุ่นในวันที่ 23 พฤศจิกายน

การเสด็จเยือนเพื่ออภิบาลประเทศไทยและญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 20 – 26 พฤศจิกายน 2562  นับเป็นการเสด็จเยือนประเทศในทวีปเอเชีย ครั้งที่ 4 ของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส หลังจากเสด็จเยือนประเทศเกาหลี เมื่อเดือนสิงหาคม 2557 (.. 2014) ประเทศศรีลังกาและฟิลิปปินส์ ในเดือนมกราคม 2558 (.. 2015) ประเทศเมียนมาและบังคลาเทศ เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน – 2 ธันวาคม 2560 (.. 2017) และเป็นครั้งที่ 32 ที่ทรงประกอบพระกรณียกิจเพื่อเสด็จเยี่ยมอภิบาลนอกประเทศอิตาลี

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส ทรงเป็นพระประมุขแห่งพระศาสนจักรคาทอลิกพระองค์ที่่ 2 ที่เสด็จเยือนประเทศไทย ต่อจากสมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2 ซึ่งได้เสด็จเยือนประเทศไทย ระหว่างวันที่ 10 – 11 พฤษภาคม 2527 (.. 1984) หรือเมื่อ 35 ปีก่อน ต่อมา สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส ถวายพระเกียรติสถาปนาสมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2 เป็นนักบุญ เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2557 (.. 2014)  มหาวิหารนักบุญเปโตร นครรัฐวาติกัน