สิ่งที่ยากอาจจะไม่ใช่ภาระงานเราไม่เก่งเราทำไม่ได้ก็ใช้คนที่เก่งใช้คนที่ทำได้สิ่งที่ยากกว่าคือ “ภาวะทางอารมณ์”

ท่ามกลางทั้งรอยยิ้มและความสุขที่ได้ยินข่าวการมาของสมเด็จพระสันตะปาปาที่จะเสด็จเมืองไทยก็มีทั้งข่าวปล่อยก่อนและข่าวหลุดไม่ว่าจะอะไรเกิดขึ้นในแง่ของการทำงานสื่อของพระศาสนจักรคาทอลิกก็ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้จะดีจะร้ายจะถูกวิจารณ์จับจ้องจริงบ้างเข้าใจผิดกันไปบ้างสิ่งที่หล่อเลี้ยงการทำงานด้านนี้ของผมเสมอนอกจาก”สติ” แล้วก็ต้องสะกดจิตตัวเองให้ใจเย็นและหันไปพึ่งหนทางที่นำความบรรเทาทางจิตวิญญาณมากที่สุดอย่าหาว่าผมเวอร์นะในสถานการณ์แบบนี้ก็นั่งอยู่ในวัดสงบๆช่วยได้จริงๆ

ข่าวการเสด็จเยือนของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสถูกปล่อยออกมาตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน 2019 หลัง 16.00 น.(ซี่งแน่นอนเป็นข่าวไม่ยืนยันจากสำนักข่าวใด) เป็นเพียงการได้ยินมาและบอกต่อในช่วงเวลาหลังจากนั้นการเช็คข่าวเป็นไปอย่างอุตลุตผมก็ต้องเช็คเหมือนกันเพราะช่วงเวลานั้นเพียงได้ข่าวมาวิธีเช็คที่ง่ายที่สุดคือย้อนกลับไปยังการปล่อยข่าวคำตอบก็คือ “ได้ยินมา” มาตรฐานแบบนี้คงใช้ไม่ได้ในสื่อทางการแต่สิ่งที่เราสัมผัสได้ตรงกันก็คือในแง่ของสื่อมวลชนข่าวนี้อยู่ในความสนใจในแง่ของความชื่นชมยินดีคงไม่มีใครปฏิเสธแต่ในแง่การข่าวถ้าพูดกันแบบตรงไปตรงมาข่าวที่ถูกปล่อยแบบนี้ก็ไม่ได้เป็นผลดีต่อการเสด็จมาเท่าไหร่นักบางคนอาจจะสงสัยว่าทำไมละลองนึกภาพง่ายๆว่าเราจะไปเยี่ยมบ้านใครเราไม่บอกก็คงเสียมารยาทนั่นคือระดับบ้านๆแต่นี่คือระดับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมีเรื่องศาสนาเข้ามาให้ละเอียดอ่อนแล้วถ้าเราคิดแบบไม่เข้าข้างใครถ้าเรื่องนี้ยังไม่ประกาศทางการยิ่งถ้าการแจ้งว่ารัฐบาลเป็นฝ่ายเชิญคนเชิญยังไม่ทันพูดอะไรคนที่จะมาที่ขึ้นกับการข่าวหรือรัฐบาลของวาติกันยังไม่พูดอะไรทางการเช่นกันผมว่าแค่นี้เราก็ไปไม่ถูกแล้วว่าเราจะรีบแจ้งกันในฐานะอะไรนอกจากความรู้สึกที่ผมบอกไว้แต่แรก “ความชื่นชมยินดี” ถ้าเราเอาความชื่นชมยินดีบวกกับสติเราก็จะมีคำตอบว่าที่สุดแล้วเราควรยืนอยู่ตรงไหนและทำอะไร

ผมบันทึกไว้ว่าสักวันที่ 26 มิถุนายนผู้ใหญ่ได้เรียกผมเข้าไปคุยเพื่อแจ้งให้รับผิดชอบเรื่องงานสื่อสารมวลชนในช่วงการเสด็จของสมเด็จพระสันตะปาปาพร้อมกับคุณพ่ออีก 2 ท่านคือส่วนของการประสานงานกับทุกฝ่ายและฝ่ายพิธีกรรมหลังจากนั้นคือวันต้นเดือนกรกฎาคมเราจะเริ่มประชุมกับทีมงานจากวาติกันและภาครัฐเรื่องบางเรื่องผมคงไม่สามารถลงรายละเอียดได้ไม่ใช่ไม่อยากเปิดเผยแต่อะไรที่เป็นความลับที่ทางผู้รับผิดชอบบอกผมผมก็คงต้องให้เกียรติและยอมรับข้อกำหนดเหล่านั้นเพราะเป็นเรื่องของมารยาทและถ้าเราจะใช้คำว่าการเป็นมืออาชีพก็คงไม่ผิด

ขั้นตอนการทำงานของวาติกันน่าสนใจมากการมาดูงานและการกำหนดมาตรการของเขาทำให้เราเห็นสิ่งที่น่าสนใจและมุมมองในแบบคนที่มีประสบการณ์มากมายมีสิ่งหนึ่งที่อาจจะทำให้ผู้ร่วมงานเกิดความสะดุดใจแต่ก็เป็นความสะดุดใจในเรื่องดี

แน่นอนว่าการเดินทางมาของสมเด็จพระสันตะปาปาเราคงนึกถึงที่พักผู้ติดตามหรือการจัดวางการรักษาความปลอดภัยต่างๆตอนที่เราเตรียมเรื่องที่พักแถวสาทรที่พักล้วนแล้วแต่ขึ้นชื่อเรื่องราคาทั้งสิ้นตอนแรกผู้ที่มาเตรียมได้เตรียมในที่ๆคิดว่าเหมาะสมทางประเทศไทยก็เห็นพ้องต้องกันว่าเหมาะแล้วส่วนองค์สมเด็จพระสันตะปาปาเองก็มีโรงแรมระดับห้าดาวหกด้าวเสนอตัวเข้ามาเพราะทุกคนย่อมทราบดีว่าเมื่อวันเวลาผ่านไปทุกอย่างล้วนเป็นประวัติศาสตร์ของผู้คนและสถานที่น่าแปลกที่คนที่มาเตรียมที่พักบอกว่า “พระองค์ขอให้พักในที่ๆไม่หรูหราโรงแรมระดับ 3 ดาวก็คงพอ” แล้วก็ได้โรงแรมตามมาตรฐานนั้นสมใจสำหรับผู้ติดตามส่วนสื่ออาจจะตั้งศูนย์และพักที่ๆราคาแพงกว่าหน่อยเพราะคนเหล่านี้ที่มากับพระสันตะปาปาพวกเขาก็ลงทะเบียนมากันเอง

แค่แนวคิดเล็กๆก็สร้างพลังให้กับผู้ร่วมงานพี่น้องข้าราชการที่มาร่วมปฏิบัติงานมีทั้งคำถามทางกายภาพและสีหน้าที่ดูมึนงงกับการเลือกที่ไม่เอามาตรฐานราคาหรือความสะดวกเป็นที่ตั้งแต่เลือกมาตรฐานของความพอประมาณความพอเพียงผมเชื่อว่าใครก็ตามที่ร่วมไปกับเส้นทางทั้งก่อนการเสด็จมาการเตรียมงานรวมทั้งช่วงที่พระองค์เสด็จมาและจะเสด็จผ่านเราไปเพื่อเดินทางต่อไปยังประเทศญี่ปุ่นขอให้พยายามมีสมาธิรักษาบรรยากาศความเป็นหนี่งเดียวกันร่วมแรงร่วมใจแน่นอนว่าเราไม่สามารถได้ทุกอย่างที่เราต้องการมาไว้ในมือแต่เราไม่สูญเสียแน่ถ้าเรารู้และมองให้พบว่าน้ำพระทัยของพระกับเรานั้นวางไว้ตรงไหน

การต้อนรับสมเด็จพระสันตะปาปาไม่ได้เป็นสิ่งเดียวที่สื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทยทำเท่านั้นงานในช่วงปลายปีแบบนี้ก็คงต้องดำเนินต่อไปอย่างปกติการต้อนรับพระองค์ไม่ได้เตรียมในเชิงกายภาพเท่านั้นเราจำต้องเตรียมจิตใจด้วยฝ่ายพิธีกรรมจึงได้เชิญชวนให้เราได้ร่วมกันใช้เดือนตุลาคมซึ่งเป็นเดือนแม่พระแห่งสายประคำเชิญชวนคริสตชนชาวไทยร่วมใจกันสวดสายประคำเพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้าผ่านทางพระนางมารีย์ทั้งโดยการภาวนาส่วนตัวในครอบครัวและในชุมชนคริสตชนที่วัดของตนในการสวดสายประคำแต่ละครั้งตลอดเดือนนี้ขอเชิญพี่น้องทุกท่านสวดสายประคำ 10 เม็ด (1 ทศ) เพื่อเป็นช่อดอกไม้ฝ่ายจิตถวายแด่สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสโอกาสที่พระองค์จะเสด็จเยือนประเทศไทยระหว่างวันที่ 20-23 พฤศจิกายน 2019 นี้
“พระนางมารีย์ทรงเป็นประตูสวรรค์ณธรณีประตูสวรรค์พระนางกำลังรอคอยเราที่จะบรรลุถึงบ้านเที่ยงแท้ของเราและทุกครั้งที่เราสวดสายประคำแต่ละสายเรากำลังก้าวไปสู่เป้าหมายนั้น” (บทเทศน์ของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสโอกาสสมโภชพระนางมารีย์รับเกียรติสู่สวรรค์ค.ศ. 2019)
ความร่วมมืออาจเป็นเรื่องสำคัญแต่การเอาใจมาร่วมก็เป็นเรื่องสำคัญไม่ต่างกันไม่มีใครตัดสินใครได้เพียงแต่ว่าใจของแต่ละคนจะให้คำตอบที่หัวใจของเขาเองได้ดีและชัดเจนที่สุด

(ภาพประกอบช่วง
ต้นกรกฏาคม 2019 ที่เริ่มมีการประชุมเตรียมงานเกิดขึ้น)

บาทหลวงอนุชา ไชยเดช

สื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทย