เรื่องราวเหล่านี้เริ่มขึ้นในบ่ายวันหนึ่ง

ความคิดที่วนเวียนอยู่ในหัวของผมเสมอเวลาที่มีโอกาสเดินทางไปร่วมงานเยาวชนโลกหรืองานต่างๆในระดับโลกเรามักจะเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นซ้ำๆกันคือสิ่งที่บ่งบอกถึงสัญลักษณ์หรือความพิเศษในห้วงเวลานั้นนอกจากโลโก้และสโลแกนประจำงานแล้วสิ่งที่เราพบเสมอคือ “บทเพลง” บางทีเราอาจจะเรียกว่า “Theme Song”

ตอนที่เราเริ่มความคิดที่จะจัดทำเพลงประจำงานเราไม่ได้คิดถึงขนาดว่าเพลงนี้จะต้องเป็นเพลงที่ถูกให้ความสำคัญขนาดนั้นเพียงแต่โจทย์ในหัวของผมคือทำให้ดีที่สุดมืออาชีพไม่อายใครแสดงความเป็นไทยให้ชัดเจนบ่งบอกถึงภาพรวมของงานให้ได้และที่สำคัญเปิดโอกาสให้บรรดาศิลปินดารานักร้องคาทอลิกได้ใช้เวทีนี้ร่วมสรรเสริญพระเจ้าไปด้วยกันตามพระพรของพระที่แต่ละคนมีแต่เมื่อกระบวนการคิดถูกลงภาคปฏิบัติตลอดเส้นทางผมเชื่อว่าพระจัดวาง

โชคดีที่ผมเคยร่วมทำเพลงในลักษณะนี้มาแล้วกับนักดนตรีที่มากฝีมือแม้วัยยังไม่มากประสบการณ์จากหลายๆเวทีและการร่วมงานกันทำให้การเข้าใจงานตรงประเด็นได้ง่ายผมส่งสัญญาณไปบอกโซ่ ETC หรือคุณแมนลักษณ์ทุมกานนท์เรากำลังจะมีงานสำคัญคือการเสด็จเยือนประเทศไทยของสมเด็จพระสันตะปาปาอาจจะต้องลุกขึ้นมาช่วยกันทำเพลงคำตอบที่ผมได้ยินวันนั้นไม่มีคำแบ่งรับแบ่งสู้มีแต่คำว่า “ยินดีมากครับ”

การทำงานที่สเกลใหญ่ขึ้นต้องการความแข็งแรงนอกจากดนตรีแล้วยังต้องการความเป็นมืออาชีพในปีเดียวกันนี้ผมได้ยินว่าคุณกริชทอมมัสนักดนตรีนักร้องนักแต่งเพลงนักอะไรสารพัดในแวดวงนี้ปัจจุบันเป็นหนึ่งในทีมบริหารหลักของค่ายเพลงแกรมมี่บริษัทแกรมมี่โกลด์คุณกริชมาเข้าพิธีที่อาสนวิหารอัสสัมชัญผมจึงสอบถามไปทางคุณพ่อรุ่นน้องได้ความว่าใช่แล้วและถ้าเราจะติดต่อเขาเพื่อทำอะไรบางอย่างละ ….หลังจากนั้นผมได้เบอร์โทรและนัดมาพบกันที่วัดคุณกริชมาด้วยรอยยิ้มริมหนวดบุคลิกดีดูจิตใจงดงามคำพูดคล้ายๆกัน “ยินดีมากครับ”

เมื่อความยินดีมาบรรจบกันการเริ่มงานแห่งความสุขก็บังเกิดขึ้นเรานัดกันที่ชั้น 32 ตึกแกรมมี่วันแรกของการนัดพบโซ่มาถึงก่อนแล้วผมมีเจ้าหน้าที่ไปหนี่งคนคุณกริชรวมทั้งทีมจากแกรมมี่อีก 2-3 คนรออยู่ที่ห้องประชุมอยู่แล้วคุณกริชมีงานรออยู่แต่ก็พร้อมร่วมประชุมกับเราโจทย์ที่น่ายากที่สุดในวันนี้คือเราจะเขียนเพลงออกมาอย่างไร

ความคิดที่อยู่ในหัวผมซึ่งผมเชื่อว่ามีความเป็นสากลมากพอคือคำสอนของพระสันตะปาปาแต่เราจะเลือกคำสอนไหนมา บอกเล่าเป็นบทเพลงคำหนึ่งที่ได้ยินกรอกหูในช่วงเปิดงาน 350 ปีมิสซังสยามคือคำว่า “สะพาน” และเป็นคำเดียวกับที่สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเคยตรัสไว้ที่ประเทศอเมริกาในห้วงเวลาที่บริเวณชายแดนร้อนระอุ “เราควรจะสร้างสะพานมากกว่ากำแพง” ทุกคนในที่ประชุมเห็นพ้องต้องกันการทำเพลงเริ่มขึ้นท่วงทำนองเนื้อหาถูกขัดเกลาจนที่สุดเนื้อเพลง “ให้รักเป็นสะพาน” ที่ถูกเขียนโดยคุณชวัลย์วิทย์ยิ่งยศเสนีที่มีแบรนด์มาก่อนหน้านี้กับโปรเจกต์ 100 ล้านวิวคูณ 100 ล้านวิวโดยการนำเอาศิลปินดังๆที่มียอดวิวในยูทูปร้อยล้านวิวขึ้นไปมาร่วมร้องเพลงในโปรเจกนี้คุณชวัลย์วิทย์แต่งเพลงในชุดร้อยล้านวิวที่ผมเชื่อว่าถ้าเอ่ยชื่อไม่ต้องถึงระดับนักฟังเพลงเบอร์ต้นๆนักฟังเพลงปกติก็นึกออกเพลงนั้นชี่อว่า “ให้นานกว่าที่เคย”(ขับร้องโดยKlearและไผ่พงศธร )คนนี้แหละครับแต่งทำนองร้อยเปอร์เซ็นต์และเนื้อที่เราขัดเกลาเพียงไม่เกิน 3 จุดและเมื่อได้เนื้อเพลงฉบับไฟนอลแล้วขั้นตอนต่อไปตือการเฟ้นหานักร้องทำดนตรีบันทึกเสียงถ่ายทำมิวสิควีดีโอ

โหมโรงกันมาระยะหนึ่งแล้วตอนนี้ความพร้อมเกือบร้อยแล้วครับ

เบื้องหลังบทเพลงสักเพลงหนี่งมีบทเพลงอยู่อีกหลายบทการเตรียมการต้อนรับสมเด็จพระสันตะปาปาก็เช่นกัน

บาทหลวงอนุชา ไชยเดช

สื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทย