ฝนตกแรงจนการเดินทางออกจากบ้านเวลา 20.00 น.เพื่อไปยังสนามบินสุวรรณภูมิต้องเลื่อนขึ้นไปอีกหนี่งชั่วโมงที่สุดเอกสารที่ผมจะหนีบสำหรับไปประชุมที่วาติกันกับงานที่เกี่ยวกับเรื่องการสื่อสารสำหรับการเตรียมการเยือนเสด็จประเทศไทยของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสระหว่างวันที่ 20-23 พฤศจิกายน 2019 ก็ยังมาไม่ถึงผมไม่แปลกใจอะไรทุกอย่างดูรีบเร่งการแถลงข่าวถึงการเสด็จเยือนเพิ่งลุล่วงไปเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2019 หลังจากนั้นเรามีประชุมและถัดจากวันแถลงข่าวเราเก็บกระเป๋าเดินทางกันต่อการจัดเตรียมเป็นกลุ่มคนปฏิบัติงานเดียวกันเราจะเอาเวลาที่ไหนเพียงพอกับงานที่ละเอียดและมากมายขนาดนั้นแม้การนำเอกสารไปพร้อมกับเวลา 20.00 น.จะไม่ทันและผมตัดสินใจให้รอไม่ได้ที่สุดเอกสารก็เดินทางมาถึงผมที่สนามบินสุวรรณภูมิไม่เพียงแต่เอกสารประชุมเท่านั้นยังแถมพกเอกสารที่จำเป็นอื่นๆที่นำมาเผื่อวินาทีที่เอกสารถึงมือผมมวลรวมของความประทับใจก็ถูกกลั่นออกมาในขณะที่เรายืนอยู่ข้างหน้าคนข้างหลังมากมายสนับสนุนเราอยู่แต่มากไปกว่านั้นพวกเขารู้ดีว่าเขาทำเพื่อใคร

เช้าวันนั้นเราเดินทางถึงกรุงโรมผมได้รับการอำนวยความสะดวกมากมายจนเรามาถึงที่พักเช้าวันนั้นเป็นเช้าวันอาทิตย์วันอาทิตย์ของยุโรปหรือที่ไหนก็คล้ายกันผู้คนถนนหนทางดูเงียบสงบเรามองไปยังถนนเบื้องหน้าเห็นมหาวิหารนักบุญเปโตรตัวแทนภาครัฐที่เดินทางมากับเราดูมีความสุขกับสิ่งที่เห็นอยู่ข้างหน้าผมเองก็รู้สึกดีเราพอมีเวลาเดินชมเมืองในวันอาทิตย์แต่สำหรับเราที่มาถึงวาติกันเราทราบดีว่าช่วงเที่ยงสมเด็จพระสันตะปาปาจะเสด็จออกมายังลานหน้ามหาวิหารและสวดบทเทวทูตถือสารกับประชาชนที่มาเฝ้ารอรับเสด็จ

พวกเราที่มาถึงใช้เวลาช่วงเช้าไปกับบรรยากาศของนครรัฐวาติกันผมเดินผ่านวัดผู้คนสถานที่ราชการถนนที่นักท่องเที่ยวเมื่อมากรุงโรมแล้วก็ชอบมาเดินคุณพ่อเชษฐาพี่ชายหลังจากกลับมาที่กรุงโรมในบรรยากาศและบริบทต่างไปแนะนำหลายสิ่งหลายอย่างให้ผมได้เข้าใจมากขั้นเราเข้าออกวัดหลายๆวัดวัดวิญญาณในไฟชำระวัดนักบุญอักแนสวัดนักบุญหลุยส์ฯลฯไม่มีจุดประสงค์มากไปกว่าเราขอพระพรของพระให้นำทางในกิจการที่เราจะทำผมอยากจะบอกว่าการเดนิทางเพื่อมาประชุมในครั้งนี้มีโจทย์แค่วันแรกประชุมในส่วนของงานพิธีกรรมวันที่สองประชุมในส่วนของงานสื่อสารมวลชน (ซึ่งมีการประชุมสองรอบเช้าบ่าย) เราเดินทางมาถีงหนึ่งวันประชุมสองวันและกลับในวันที่สามเป็นการเดินทางไกลที่สั้นมาก (คุณอ่านไม่ผิดหรอก…ฮา)

ผมเร่งฝีเท้าเมื่อมองเข็มนาฬิกาใกล้จะเทียงแล้วหน้าลานมหาวิหารนักบุญเปโตรประชาชนมารอรับเสด็จพระองค์ท่านพร้อมกับกิจกรรมในวันอาทิตย์การสวดบทเทวทูตแจ้งสารและการทักทายพูดคุยผมเห็นผู้คนหลากหลายที่นั่นสายตาทุกคู่มองไปยังริมระเบียงหน้าต่างนั้นสูงเกินสุดเอื้อมสถานที่ที่เคยเป็นวังของพระองค์ท่านกว้างใหญ่แต่เงียบเหงาสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสบอกกับเราแบบนั้นพระองค์จึงเลือกที่จะพักในที่ที่เล็กแคบกว่านั้นไม่หรูหราแต่พบเจอผู้คนมีเพื่อนและรับรู้เรื่องราวของพวกเขาจากการพูดคุยมากไปกว่าจากการรายงานทำไมเราทุกคนอยากมีเวลาที่จะได้เห็นพระองค์อย่างใกล้ชิดปรารถนาจะได้สัมผัสพระองค์สักครั้งหรืออยู่ในบรรยากาศของการได้ต้อนรับพระองค์ในมุมของพระองค์ชายสูงวัยที่อ่อนโยนเลข 83 ไม่ทำให้พระองค์ไม่ยิ้มไม่แย้มพระสรวลในขณะที่รถที่พระองค์ประทับเสด็จผ่านพระองค์โบกมือให้เด็กน้อยส่งยิ้มให้กับเยาวชนโอบกอดคนเจ็บไข้ได้ป่วยคนชราและผู้ทุกข์ใจร่วมชื่นชมยินดีกับคู่แต่งงานหรือผู้ที่พบความสุขจากกระแสเรียกของตนทรงเป็นกำลังใจและส่งคำภาวนาให้กับพวกเขาทรงสั่งสอนและมอบแบบอย่างให้กับโลกบอกพวกเขาถึงคำเตือนเมื่อเกิดภาวะโลกร้อนส่งสัญญาณสันติภาพเมื่อโลกเกิดความขัดแย้งส่งแรงใจและพลังของงานสังคมของศาสนาให้ทุกสถานการณ์โลกที่วิกฤติเลวร้ายหรือประสบทุกข์ภัยพระองค์คือใครกันถึงทำแบบนี้ได้พระองค์เป็นผุ้นำแบบไหนกันที่มีประชากรนครรัฐอยู่เพียงสองแสนคนแต่กุมหัวใจคนได้ค่อนโลก

เมื่อวันที่ตอ้งทำหน้าที่ประชุมกับสื่อของพระศาสนจักรส่วนกลางผมเข้าออกสถานที่ประชุมสองแห่งพบกับผู้ร่วมประชุมสามกลุ่มการประชุมผ่านไปอย่างง่ายดายด้วยคำชื่นชมทั้งการตระเตรียมเอกสารและข้อมูลอย่างดีการทำความเข้าใจระบบที่สอดรับกับสิ่งที่เขาขอร้องจากเราการวางข้อมูลที่สามารถติดตามได้จากเว็บไซส์อย่างเป็นทางการเฉพาะงานสองภาษาทั้งภาษาท้องถิ่นคือภาษาไทยและภาษาสากลคือภาษาอังกฤษแต่นอนว่าทุกอย่างอาจจะยังไม่สมบูรณ์แต่เส้นทางของการพบปะกันก็บอกกับเราว่าหลังจากวันนี้เราจะเดินไปในทิศทางใดผู้รับผิดชอบงานสื่อต่างๆของวาติกันทั้ง 8 ท่านเดินมาจับมือผมและผู้เข้าร่วมประชุมคุณAndreaTornielliผู้อำนวยการงานสื่อสารสังคมของสันตะสำนักบอกผมว่า “แล้วพบกันที่ประเทศไทย” ผมตอบว่า “ยินดีครับและพบกันนะครับ” ผมเก็บของทั้งหมดใส่กระเป๋าและเมื่อรอเพื่อจะทานมื้อเย็นที่พระคุณเจ้าได้นัดประสงฆ์ไทยที่มาเรียนที่นี่มาร่วมรับประทานด้วยผมคีย์ข้อความและความรู้สึกต่อจากนี้ลงในเฟซบุ้คส่วนตัวว่า

“ผมเดินตัวเบาผ่านหน้ามหาวิหารนักบุญเปโตรที่ซึ่งสมเด็จพระสันตะปาปาจะออกมาทักทายฝูงชนที่มาเฝ้ารอรับเสด็จพระองค์ท่านสายลมเย็นแต่งแต้มอากาศร้อนให้ชื่นใจใครจะรู้ว่าไม่ใช่แค่เพียงลานมหาวิหารที่แสงสวยและมีความงดงามให้เห็นทุกวันจะเป็นที่ที่จะพบพระสันตะปาปาเท่านั้นเพราะอีกไม่นานเราคนไทยจะได้ต้อนรับพระองค์ท่านด้วย

ผมเชื่อว่าคนเตรียมงานพยายามทำให้ดีที่สุดถ้าจะถามว่าเขาจะได้นั่งข้างหน้าไหมจะได้ใกล้ชิดแค่ไหนคำตอบง่ายๆคือคงหมดสิทธิ์เพราะงานที่ทำการตระเตรียมให้สมบูรณ์ที่สุดไม่มีสิทธิ์เหล่านั้นอยู่แล้วอย่างดีก็มีสิทธิ์ที่จะเป็นฟันเฟืองทำให้งานสมบูรณ์เราไม่ได้ทำงานเพื่อเราจะได้นั่งตรงไหนเราทำงานเพื่อเสริมสร้างให้พันธกิจนี้สำเร็จและเป็นศักดิ์ศรีให้พระศาสนจักรไทยและประเทศไทย

มีคนมากมายอยู่เบื้องหลังและตระเตรียมไปด้วยกันท่ามกลางข้อจำกัดมากมายและความกดดันสารพัดมีเรื่องที่อยากจะเล่าระบายแต่เงื่อนไขทั้งภาครัฐของเราและเงื่อนไขของสถาบันวาติกันก็บอกกับเราว่าทำไม่ได้

ถ้าจะถามว่าเราควรรู้สึกอย่างไรและเดินก้าวต่อไปอย่างไร?เราควรผนึกกำลังร่วมแรงร่วมใจไม่ตำหนิกันให้เสียบรรยากาศมีส่วนร่วมตรงไหนได้อาสาสมัครเข้ามาช่วยกันคนละไม้คนละมือผมเชื่อแน่ว่าถ้าทำแบบนี้ได้เราจะเติมประสบการณ์ความเชื่อของเราให้เข้มแข็งเราจะพิสูจน์ให้เห็นว่านั่นคือ 350 ปีและมีโอกาสให้เราได้ภูมิใจเป็นพิเศษทำไมพระถึงจัดวางทุกอย่างได้อย่างเหมาะเจาะพระศาสนจักรไทยจะร่วมใจกับทุกภาคส่วนเพื่อทำให้งานของเราเป็นงานแห่ง”สะพานแห่งความรัก” ที่เชื่อมเราทุกคนเข้าหากัน

โลกและสันติสุขพระสันตะปาปาและชาวไทยความรักและภราดรภาพ

ผมเดินตัวเบาเพราะเพิ่งประชุมเตรียมงานกับสื่อของวาติกันทุกภาคส่วนซึ่งมีอยู่ 3 หน่วยงานเรียบร้อยไปแล้วทุกคำชมล้วนส่งคืนให้ทีมงานและพระศาสนจักรไทยที่สร้างเราและให้โอกาสเราเสมอมา

(ติดตามบันทึกการเตรียมงานกันในตอนต่อไปมีเรื่องสนุกให้ลุ้นระทึกและเรียนรู้อีกเพียบ)

17/09/19 @วาติกัน
บาทหลวงอนุชา ไชยเดช
สื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทย