ผมเดินตัวเบาผ่านหน้ามหาวิหารนักบุญเปโตร ที่ซึ่งสมเด็จพระสันตะปาปาจะออกมาทักทายฝูงชนที่มาเฝ้ารอรับเสด็จพระองค์ท่าน สายลมเย็นแต่งแต้มอากาศร้อนให้ชื่นใจ ใครจะรู้ว่า ไม่ใช่แค่เพียงลานมหาวิหารที่แสงสวย และมีความงดงามให้เห็นทุกวัน จะเป็นที่ที่จะพบพระสันตะปาปาเท่านั้น เพราะอีกไม่นาน เราคนไทยจะได้ต้อนรับพระองค์ท่านด้วย

ผมเชื่อว่า คนเตรียมงานพยายามทำให้ดีที่สุด ถ้าจะถามว่า เขาจะได้นั่งข้างหน้าไหม จะได้ใกล้ชิดแค่ไหน คำตอบง่ายๆคือ คงหมดสิทธิ์ เพราะงานที่ทำ การตระเตรียมให้สมบูรณ์ที่สุด ไม่มีสิทธิ์เหล่านั้นอยู่แล้ว อย่างดีก็มีสิทธิ์ที่จะเป็นฟันเฟืองทำให้งานสมบูรณ์ เราไม่ได้ทำงานเพื่อเราจะได้นั่งตรงไหน เราทำงานเพื่อเสริมสร้างให้พันธกิจนี้สำเร็จ และเป็นศักดิ์ศรีให้พระศาสนจักรไทยและประเทศไทย

มีคนมากมายอยู่เบื้องหลังและตระเตรียมไปด้วยกัน ท่ามกลางข้อจำกัดมากมายและความกดดันสารพัด มีเรื่องที่อยากจะเล่าระบาย แต่เงื่อนไขทั้งภาครัฐของเรา และเงื่อนไขของสถาบันวาติกัน ก็บอกกับเราว่า ทำไม่ได้

ถ้าจะถามว่าเราควรรู้สึกอย่างไร และเดินก้าวต่อไปอย่างไร?เราควรผนึกกำลัง ร่วมแรงร่วมใจ ไม่ตำหนิกันให้เสียบรรยากาศ มีส่วนร่วมตรงไหนได้อาสาสมัครเข้ามา ช่วยกัน คนละไม้คนละมือ ผมเชื่อแน่ว่า ถ้าทำแบบนี้ได้ เราจะเติมประสบการณ์ความเชื่อของเราให้เข้มแข็ง เราจะพิสูจน์ให้เห็นว่า นั่นคือ 350 ปี และมีโอกาสให้เราได้ภูมิใจเป็นพิเศษ ทำไมพระถึงจัดวางทุกอย่างได้อย่างเหมาะเจาะ พระศาสนจักรไทยจะร่วมใจกับทุกภาคส่วน เพื่อทำให้งานของเรา เป็นงานแห่ง”สะพานแห่งความรัก” ที่เชื่อมเราทุกคนเข้าหากัน

โลกและสันติสุข พระสันตะปาปาและชาวไทย ความรักและภราดรภาพ ผมเดินตัวเบาเพราะเพิ่งประชุมเตรียมงานกับสื่อของวาติกันทุกภาคส่วน ซึ่งมีอยู่ 3 หน่วยงาน เรียบร้อยไปแล้ว ทุกคำชมล้วนส่งคืนให้ทีมงานและพระศาสนจักรไทยที่สร้างเราและให้โอกาสเราเสมอมา

พบกันนะครับ
17 กันยายน ค.ศ.2019

เรื่อง : บาทหลวงอนุชา ไชยเดช