คาทอลิก (Catholic) เป็นศัพท์กรีก Katholicos (กาทอลิกอส) แปลว่า สากล หมายถึงพระศาสนจักรที่พระเยซูคริสต์ ทรงตั้งขึ้นนั้นเป็นสากล ศัพท์คำนี้ นักบุญอิกญาซีโอแห่งอันทิโอก เป็นผู้นำมาใช้เป็นคนแรกในศตวรรษที่ 2 มีความหมาย 2 ประการ คือ

          1.  สากลในแง่ภูมิศาสตร์คือทุกทวีป ทุกประเทศในโลกมีพระศาสนจักร  

          2.  สากลในแง่ความเชื่อและความจริงในพระเยซูคริสต์อันเป็นหนึ่งเดียวกัน

นักบุญเปโตรหรือเซนต์ปีเตอร์ พระสันตะปาปาองค์แรก

          ปัจจุบันคำว่าคาทอลิก (Catholic) ใช้เป็นชื่อเรียกพระศาสนจักรทั่วโลกที่มีความผูกพันในความเชื่ออันเป็นหนึ่งเดียวในหลักคำสอน หลักความเชื่อที่มีศูนย์กลาง ณ กรุงโรม ซึ่งเป็นพระศาสนจักรแม่

          หลังจากการประชุมสภาสังคายนาวาติกัน ครั้งที่ 2 (ค.ศ. 1963 – ค.ศ. 1965) พระศาสนจักรคาทอลิก ได้ยืนยันว่า จะส่งเสริมศาสนสัมพันธ์กับศาสนาต่างๆ (traditional religions in the world) และคริสตศาสนสัมพันธ์ คือบรรดาคริสตชนในนิกายต่างๆ (เช่น โปรเตสแตนท์, ออร์โธดอกซ์) ซึ่งในสมัยนั้น มีความขัดแย้งในข้อเชื่อบางประการ และการปฏิบัติที่ต่างกัน ทั้งนี้ในช่วงตั้งแต่ปี ค.ศ. 1517 ได้มีอำนาจทางอาณาจักร การเมือง เข้ามาแทรกแซงพระศาสนจักรมากเกินไป อย่างไรก็ตามบรรดาคริสตศาสนิกล้วนสังกัดอยู่ในพระศาสนจักรอันเป็นสากลของพระเยซูคริสต์ แม้จะไม่เรียกตัวเองว่า คาทอลิก แต่ความเชื่อและคำสั่งสอนนั้น มีธรรมชาติเป็นสากล เพราะว่ามาจากศูนย์รวมแหล่งเดียวกัน คือ พระเยซูคริสต์ ซึ่งเป็นพระผู้ไถ่มวลมนุษย์ทั้งมวล

          พระศาสนจักรคาทอลิก มีพระสันตะปาปา (Pope หรือ Supreme Pontiff) เป็นประมุขสูงสุดโดยมีคณะพระคาร์ดินัลทำหน้าที่เป็นคณะที่ปรึกษาใกล้ชิดในเรื่องของศาสนกิจ และความเป็นเอกภาพในการปกครองพระศาสนจักร ในการปกครองพระศาสนจักรท้องถิ่นของแต่ละประเทศในโลก จะมีอาร์ชบิชอป หรือบิชอป (มุขนายก) เป็นผู้ปกครองดูแลเฉพาะในเขตของตนเอง และมีบาทหลวงอยู่ภายใต้ท่านบิชอป เป็นผู้ร่วมงานในการอภิบาลบรรดาสัตบุรุษ ที่อยู่ในสังกัดของวัดบาทหลวงในเขตศาสนปกครองนั้นๆ และเป็นผู้นำคริสตศาสนิกชนประกอบศาสนกิจต่างๆ   

นักบุญยอห์น ปอล ที่ 2 พระสันตะปาปา เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.9
ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤษภาคม ค.ศ. 1984/พ.ศ. 2527

          ตำแหน่งพระสันตะปาปา (POPE) เป็นประมุขสูงสุดของพระศาสนจักร (พระศาสนจักรโรมันคาทอลิก) อำนาจของพระสันตะปาปา มาจากพระดำรัสของพระเยซูคริสต์ที่กล่าวว่า

          1. ท่านเป็นศิลา และบนศิลานี้ เราจะสร้างพระศาสนจักรของเรา (มธ 16:18)

          2. จงเลี้ยงดูแกะของเราเถิด (ยน 21:17)

            พระสันตะปาปา มีอำนาจ 2 ประการ  คือ อำนาจในการสอน   และอำนาจในการปกครอง

            ด้านอำนาจในการสอน สภาสังคายนาวาติกัน ครั้งที่ 1 (ค.ศ. 1869 – ค.ศ. 1870) ได้ประกาศเป็นข้อความเชื่อว่า พระสันตะปาปาและคณะบิชอป ไม่รู้จักพลาดพลั้งในการประกาศสอนข้อความเชื่อ หรือสัจธรรมของคริสตศาสนาที่เป็นทางการ (Ex cathedra) ซึ่งเราเชื่อว่านี่เป็นพระคุณของพระจิตเจ้า (Holy Spirit) ทรงชี้นำการจาริกของพระศาสนจักร

          ด้านอำนาจในการปกครอง เกิดจากการที่พระเยซูคริสต์ ผู้สถาปนาพระศาสนจักรคาทอลิก ทรงมอบอำนาจให้นักบุญเปโตร (เซนต์ปีเตอร์) เป็นผู้ปกครองบรรดาคริสตชน และเป็นพระสันตะปาปาองค์แรก ซึ่งก็หมายถึงการมอบอำนาจเดียวกันนี้ แก่ผู้สืบตำแหน่งพระสันตะปาปาต่อจากนักบุญเปโตรด้วย

พระสันตะปาปาองค์ปัจจุบัน โป๊บฟรังซิส องค์ที่ 266 ผู้สืบทอดตำแหน่งจากนักบุญเปโตรอัครสาวก หรือเซนต์ปีเตอร์

การสืบทอดตำแหน่งของพระสันตะปาปา

          ภายใน 15-18 วันหลังจากการสิ้นพระชนม์ของพระสันตะปาปาองค์ก่อน บรรดาพระคาร์ดินัลทั่วโลก   จะเปิดการประชุมลับในวัดน้อยซิสติน ภายในนครรัฐวาติกัน กรุงโรม ประเทศอิตาลี เพื่อเลือกพระสันตะปาปาองค์ใหม่โดยการเลือกตั้งจะใช้วิธีลงคะแนนลับ (Conclave)  

พระคาร์ดินัลองค์แรกของ ประเทศไทย พระคาร์ดินัลไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชู

          สำหรับประเทศไทยมีพระคาร์ดินัล 2 องค์  พระคาร์ดินัลไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชูเป็นพระคาร์ดินัลองค์แรก พระคาร์ดินัลฟรังซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช พระคาร์ดินัลองค์ที่สอง

พระคาร์ดินัลองค์ที่สองของประเทศไทย พระคาร์ดินัลฟรังซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช

            พระคาร์ดินัล (Cardinal)  เป็นสมณศักดิ์ชั้นสูง รองจากพระสันตะปาปา 

          ท่านทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาใกล้ชิดของพระสันตะปาปา ที่เกี่ยวข้องกับคำสอนด้านความเชื่อ จริยธรรม-ศีลธรรม ด้านความยุติธรรมปกป้องศักดิ์ศรีของมนุษย์ ในการปกครองพระศาสนจักรสากล ตำแหน่งนี้ อาจเทียบเท่ากับพระชั้นพระราชาคณะในพุทธศาสนาหรือวุฒิสมาชิกในทางโลก สมัยก่อนตำแหน่งพระคาร์ดินัล อาจเป็นฆราวาส หรือบุคคลที่มีความเชื่อ จริยธรรมเด่น ใครก็ได้ที่เป็นคาทอลิกชาย นับตั้งแต่ตรากฎหมายภายในพระศาสนจักรฉบับ ค.ศ. 1917 – ค.ศ. 1983 บาทหลวงและบิชอปเท่านั้น มีสิทธิ์ถูกแต่งตั้งเป็นพระคาร์ดินัลได้ หน้าที่พิเศษอย่างหนึ่งของพระคาร์ดินัล คือ เข้าร่วมประชุมลับเพื่อเลือกพระสันตะปาปาองค์ใหม่แทนตำแหน่งที่ว่างลง และตนเองก็มีสิทธิ์ได้รับเลือกเป็นพระสันตะปาปาได้ด้วย

          พระคาร์ดินัล ปกติมีตำแหน่งเป็นอาร์ชบิชอป หรือบิชอป ผู้เป็นหัวหน้าปกครองของคณะบาทหลวง นักบวชชาย-หญิง และคริสตศาสนิกชน ในเขตศาสนปกครองแห่งใดแห่งหนึ่ง  

พิธีสถาปนาขึ้นสู่บัลลังก์รับมอบอำนาจการปกครองพระศาสนจักรสากลสืบทอดการดำรงตำแหน่งจากนักบุญเปโตร (เซนต์ปีเตอร์) พระสันตะปาปาองค์แรก มีดังนี้

            1. หลังจากตำแหน่งพระสันตะปาปาว่างเว้นลง เนื่องจากสันตะปาปาสวรรคต หรือลาออก (ซึ่งแทบจะไม่เกิดขึ้นเลย) ตำแหน่งที่ว่านี้เรียกว่า “Sede Vacante” (อ่านว่า เซเด-วากันเต) อำนาจการปกครองพระศาสนจักรจะอยู่กับ “คณะพระคาร์ดินัล” (ปัจจุบันมีพระคาร์ดินัลทั่วโลกประมาณ 250 องค์) ถ้าหากตำแหน่งพระสันตะปาปาว่างลง พระคาร์ดินัลที่มีตำแหน่งที่เรียกว่า “คาแมร์เล็งโก” (Camerlengo of the Holy Roman Church) คือ หัวหน้าแห่งราชสำนักของวังพระสันตะปาปา ผู้รับผิดชอบทรัพย์สินทั้งหมดของวาติกัน ท่านจะเป็นผู้รักษาการ ประทับตราปิดประตูทุกห้องของพระสันตะปาปา และทำลายแหวนประจำตำแหน่งของสันตะปาปา (Fisherman Ring) ของพระสันตะปาปาที่หมดอำนาจไป

          2. พระคาร์ดินัลตำแหน่ง “คาแมร์เล็งโก” จะเรียกพระคาร์ดินัลทั่วโลก เพื่อเข้าห้อง “conclave” (คือห้องที่ปิดประตู) เพื่อเลือกพระสันตะปาปาองค์ใหม่ ผู้มีสิทธิ์โหวต คือพระคาร์ดินัลที่มีอายุไม่เกิน 80 ปี ซึ่งมีจำนวนประมาณ 120 องค์ คะแนนโหวตแบบลับสุดยอด ต้องได้คะแนนโหวต 2 ใน 3 บวก 1 ส่วนผู้ที่จะได้รับโหวต เป็นใครก็ได้ คือ ผู้ชาย ที่ได้รับพิธีล้างบาปเป็นสมาชิกของพระศาสนจักรคาทอลิก ถ้าลงคะแนนแล้วได้พระสันตะปาปาพระองค์ใหม่ เจ้าหน้าที่จะนำคะแนนเผาไฟผสม
สารเคมีที่ทำให้เกิดควันสีขาวปล่อยสู่ปล่องเหนือห้องประชุมคอนเคลฟประชาชนที่รออยู่ ณ ลานมหาวิหารนักบุญเปโตรจะรับทราบว่าได้พระสันตะปาปาพระองค์ใหม่และมีการย่ำระฆังยินดี กรณีที่คะแนนโหวตออกมาทางลบ เจ้าหน้าที่จะเผาคะแนน
ทั้งหมดผสมสารเคมีที่เป็นควันสีดำประชาชนจะทราบจากควันที่ปล่อยออกมาว่ายังไม่ได้พระสันตะปาปาองค์ใหม่

White smoke emerges from the chimney on the roof of the Sistine Chapel, in St. Peter’s Square at the Vatican, Wednesday, March 13, 2013. The white smoke indicates that the new pope has been elected. (AP Photo/Gregorio Borgia)

          3. เมื่อได้พระสันตะปาปาพระองค์ใหม่  หัวหน้าบรรดาพระคาร์ดินัล ต้องถาม “ความสมัครใจ” ในการยอมรับตำแหน่งพระสันตะปาปา ถ้าท่านยอมรับตำแหน่ง ท่านต้องเลือกชื่อใหม่ ที่จะเป็นพระสันตะปาปา เช่นพระสันตะปาปาองค์ปัจจุบัน ชื่อเดิมคือ ฮอร์เก แบร์โกลิโอ ท่านขอเปลี่ยนเป็น “ฟรังซิส” ถ้าหากผู้ได้รับคะแนนสูงสุดไม่ยอมรับตำแหน่ง กระบวนการการโหวตต้องเริ่มต้นใหม่จนกว่าจะได้พระสันตะปาปา

          4. ถ้าหากผู้ได้รับเลือกยอมรับการสืบตำแหน่งเซนต์ปีเตอร์ ท่านจะเปลี่ยนฉลองพระองค์เป็นสีขาว (ที่ได้ตระเตรียมไว้ขนาดต่างๆ) จากนั้นบรรดาพระคาร์ดินัลที่อยู่ในห้องประชุมลับ จะร่วมแสดงความยินดี และพระสันตะปาปาใหม่จะปรากฏพระองค์ ณ เฉลียง มุขกลางของมหาวิหารนักบุญเปโตร (เซนต์ปีเตอร์) กรุงโรม และพระคาร์ดินัลที่มีหน้าที่จะประกาศเป็นภาษาละติน “Habemus Papam” (อาเบมุส ปาปัม แปลว่า เรามีพระสันตะปาปาแล้ว) และมีรายละเอียดเกี่ยวกับท่าน ชื่อเดิม ชื่อใหม่ ฯลฯ จากนั้นพระสันตะปาปาพระองค์ใหม่ทักทายสั้นๆ ครั้งแรกแก่ชาวโลก และประชาชนที่รอ ณ ลานมหาวิหาร

          5. พระสันตะปาปาใหม่ และคณะพระคาร์ดินัล จะกำหนดวันสมณสถาปนาขึ้นบัลลังก์ เรียกว่า “Ceremony of Pontification” ซึ่งจะมีพิธีมิสซา ที่เรียบง่ายมาก คือฟังบทอ่านจากพระคัมภีร์ มักจะเลือกเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของอัครสาวกปีเตอร์ ที่ได้รับจากพระเยซูคริสต์ ให้เป็นหัวหน้าพระศาสนจักรสากล หลังการเทศน์ จะมีพิธีเรียบง่ายคือ หัวหน้าพระคาร์ดินัลจะสวมผ้าคล้องคอ ที่เรียกว่า “ปัลลิอุม” (Pallium) ซึ่งเป็นผ้าทอจากขนแกะ ลักษณะโค้งๆ แบบผ้าพันคอ เหมือนว่าพระสันตะปาปาต้องแบกลูกแกะไว้บนบ่า คือแบกประชากรของพระเจ้าไว้ในความดูแลของพระองค์ และจากนั้นพระคาร์ดินัลที่เป็นผู้แทนองค์หนึ่ง จะสวมแหวนการปกครองให้พระองค์ เรียกว่า “Fisherman Ring” เป็นเครื่องหมายอำนาจการปกครอง ความผูกพันระหว่างพระเจ้าและพระศาสนจักรคือประชากรพระเจ้า ธรรมเนียมเดิมของโรมันเมื่อผู้มีอำนาจลงนามใดๆ ในเอกสารสำคัญ ต้องตีตราด้วยคั่งหรือขี้ผึ้งจากนั้นต้องประทับตราด้วยสัญลักษณ์บนแหวน  ในธรรมเนียมดั้งเดิมของพระศาสนจักร พระสันตะปาปาต้องสวมมงกุฎ 3 ชั้น เรียกว่า ติอาร่า (Triara) แต่ธรรมเนียมนี้ยกเลิกไปแล้ว  หลังจากพิธีนี้แล้วพระสันตะปาปาองค์ใหม่ถวายมิสซาต่อไปคือการหักขนมปัง และอวยพรประชากร

          6. สัญลักษณ์ การประทับบนบัลลังก์ ปกติบัลลังก์แห่งอำนาจการปกครองศาสนจักร สืบจากเซนต์ปีเตอร์ คือบัลลังก์ที่อยู่ภายในมหาวิหารเซนต์จอห์นแห่งลาเตรัน ที่กรุงโรม เพราะเป็นตำแหน่งบิชอปแห่งโรม (Bishop of Rome) พระสันตะปาปาจะถูกเชิญประทับบนบัลลังก์และถือไม้เท้า อันเป็นสัญลักษณ์การปกครองและอภิบาลฝูงชุมพาสากล

          นี่คือพิธีการสืบอำนาจจากเซนต์ปีเตอร์แบบสังเขป

บทความจาก: อุดมสารฉบับที่ 40 ประจำวันที่ 29 กันยายน – 5 ตุลาคม 2019