พระคาร์ดินัล แฟร์นันโด ฟิโลนี สมณมนตรีแห่งสมณกระทรวงประกาศพระวรสารสู่ปวงชน นครรัฐวาติกัน เยือนประเทศไทย พร้อมร่วมเปิดปีฉลอง 350 ปี มิสซังสยาม (ค.ศ.1669 – 2019) ระหว่างวันที่ 16-21 พฤษภาคม ค.ศ.2019

พระคาร์ดินัลเกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช กล่าวคำปราศรัยต้อนรับพระคาร์ดินัลฟิโลนี พระศาสนจักรคาทอลิกแห่งประเทศไทย ขอต้อนรับพระคาร์ดินัล ด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่ง โอกาสที่ท่านมาเป็นประธานเปิดการเฉลิมฉลอง 350 ปี การสถาปนา “มิสซังสยาม”

ทั้งหมดนี้เป็นกระบวนการก้าวเดินร่วมกัน “Syn-hodos” ของสมาชิกทุกคนในพระศาสนจักรท้องถิ่นแห่งนี้

สภาประมุขบาดหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทยได้เริ่มก้าวเดินนี้ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2012 พร้อม กับสมัชชาบิชอปที่กรุงโรม ในหัวข้อ “การฟื้นฟูการประกาศข่าวดีขึ้นใหม่” (New Evangelization)

พระศาสนจักรท้องถิ่นแห่งประเทศไทยได้ใช้ช่วงเวลา 3 ปี (ค.ศ. 2012-2014) เชิญชวนคริสตชนคาทอลิกทุกคน ให้เข้าร่วมฟื้นฟูชีวิตความเชื่อด้วยการปฏิบัติตาม 36 บทเรียนความเชื่ออย่างต่อเนื่องคู่ขนานไปกับการจัดประชุมสมัชชาใหญ่ของพระศาสนจักรคาทอลิกแห่งประเทศไทย ในปี ค.ศ. 2014-2015 ในหัวข้อ “ศิษย์พระคริสต์เจริญชีวิต ประกาศข่าวดีใหม่”

ผลลัพธ์จากสมัชชาใหญ่ดังกล่าว ได้รับ การรับรองจากสันตะสำนัก ผ่านทางสมณกระทรวงประกาศพระวรสารสู่ปวงชน วันที่ 2 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2017

จากนั้นพระศาสนจักรคาทอลิกแห่ง ประเทศไทย ยังคงมุ่งมั่นก้าวเดินต่อไป ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2016-2018


จาก “ศิษย์พระคริสต์ สู่การเป็นศิษย์ ธรรมทูต”

เป็นช่วงเวลา 3 ปี แห่งการฝึกอบรมชีวิต ศิษย์ธรรมทูต ด้วยอีก 30 บทเรียนชีวิตศิษย์ธรรมทูต

มุ่งสู่ปีที่ 350 แห่งการสถาปนาพระศาสนจักร คาทอลิกประเทศไทย ในปีนี้ ค.ศ. 2019 อันเป็นปีศักดิ์สิทธิ์แห่งการเฉลิมฉลอง ด้วยการไตร่ตรองอย่างจริงจังถึงพระพรอันยิ่งใหญ่หาที่สุดมิได้ แห่งความรอดพ้นที่เราได้รับ

รวมทั้งสำนึกในพระคุณความรักที่พระเจ้าได้โปรดประทานพระพรนี้แก่เราคริสตชนคาทอลิกไทย เพื่อเราจะได้อุทิศชีวิตของเราอย่างเด็ดเดี่ยวมั่นคง ก้าวออกสู่พันธกิจประกาศข่าวดีแก่พี่น้อง ชาวไทยอีกเป็นจำนวนมาก ที่กำลังรอรับฟังข่าวดีนี้อยู่

นอกจากนี้ ยังรวมถึงการสำนึกในพระคุณของบรรดาธรรมทูตมิสซังต่างประเทศแห่งกรุงปารีส บิชอปปีแอร์ ลังแบรต์ เดอ ลาม็อต สมณประมุขแห่งมิสซังโคชินจีน บิชอปฟรังซัวส์ ปัลลือ สมณประมุขแห่งตังเกี๋ย

ความยิ่งใหญ่แห่งพระเมตตารักของพระเจ้า สำหรับพวกเราคริสตชนคาทอลิกไทย ปรากฏชัดเจน ตรงที่ สยามประเทศมิได้อยู่ในโครงการประกาศ ข่าวดีของบรรดาธรรมทูตเหล่านี้แต่แรกเริ่ม รวมทั้งไม่ได้อยู่ในแผนงานของพระศาสนจักรสากลด้วยแต่เราคริสตชนคาทอลิกชาวสยามสำนึกว่า ทั้งหมดเหล่านั้น ไม่ได้อยู่โพ้นไปกว่าพระญาณ เอื้ออาทรของพระเจ้าผู้ทรงรักเราอย่างเหลือล้น

และได้ทรงโปรดสอดแทรกแผนการความรักนี้เพิ่มเติมเสริมเข้ามาภายหลังพร้อมกับการสถาปนาคุณพ่อหลุยส์ ลาโน ธรรมทูตมิสซังต่างประเทศแห่งกรุงปารีส ให้เป็นสมณประมุขแห่งมิสซังสยามท่านแรก

ดังนั้น ด้วยสำนึกในพระเมตตารักอันยิ่งใหญ่ขององค์พระผู้เป็นเจ้าประการนี้ พวกเราคริสตชนคาทอลิกไทยทุกคน จึงตัดสินใจจะก้าวออกสู่การเป็นศิษย์ธรรมทูต

เพื่อเป็นพยานและประกาศอารยธรรมแห่งความรักของพระคริสตเจ้าแก่พี่น้องชาวไทยผู้มีน้ำใจดีทุกคน ให้ได้พบประสบพระเจ้าองค์ความรักจากชีวิตและการกระทำของเรา ตลอดปีนี้ ปีศักดิ์สิทธิ์แห่งการสถาปนามิสซังสยาม 350 ปี

โดยเฉพาะอย่างยิ่งโอกาส “วันมิสซัง” ตุลาคม ค.ศ. 2019 และ 30 พฤศจิกายน ค.ศ. 2019 โอกาสครบรอบ 100 ปี สมณสาส์น “Maximum Illud” ของสมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ ที่ 15 ด้วย ตามโครงการเสนอแนะจากสมณกระทรวงประกาศพระวรสารสู่ปวงชน

ขอขอบคุณพระคาร์ดินัลแฟร์นันโด ฟิโลนี ที่ได้กรุณาตอบรับคำเชิญของพระศาสนจักรคาทอลิกแห่งประเทศไทย มาเป็นประธานในพิธีเปิดปีศักดิ์สิทธิ์โอกาสครบ 350 ปี มิสซังสยาม และเยี่ยมอภิบาลพระศาสนจักรคาทอลิกไทย

พันธกิจการเยือนของพระคาร์ดินัลฟิโลนี

เมื่อมิสซังสยามได้ถือกำเนิดขึ้น ในปี ค.ศ. 1662 จากส่วนหนึ่งอาณาเขตของมิสซังโคชินจีนได้เป็นจุดเริ่มต้นแห่งการสถาปนาพระศาสนจักรคาทอลิกอย่างเป็นทางการในดินแดนที่เป็นประเทศไทยปัจจุบัน วันที่ 4 มิถุนายน ค.ศ. 1669

หัวหน้าระดับสูงสุดของวาติกันผู้รับผิดชอบ ดูแลงานแพร่ธรรมของพระศาสนจักรคาทอลิกทั่วโลกเดินทางมาเยือนประเทศไทยในวันพฤหัสบดีที่ 16 พฤษภาคม 2019 เพื่อร่วมเฉลิมฉลอง 350 ปี การสถาปนามิสซังสยาม ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของพระศาสนจักรคาทอลิกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างเป็นทางการ

พระคาร์ดินัลแฟร์นันโด ฟิโลนี สมณมนตรี แห่งสมณกระทรวงประกาศพระวรสารสู่ปวงชนเดินทางถึงกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศไทย ในวันที่ 16 พฤษภาคม 2019 และได้เดินทางไปเข้าเยี่ยมคารวะและหารือความร่วมมือด้านวัฒนธรรมกับนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม โดยมีนายปรารพ เหล่าวานิช เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายกฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ อธิบดีกรมการศาสนา ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรมและผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ เข้าร่วม ณ ห้องรับรองชั้น 7 กระทรวงวัฒนธรรม

วันที่ 17 พฤษภาคม พระคาร์ดินัล แฟร์นันโด ฟิโลนี ได้เดินทางไปเยี่ยมชมอาสนวิหารอัสสัมชัญ และตอนเย็นได้พบกับบรรดาบิชอปของประเทศไทย ณ สถานเอกอัครสมณทูต
นครรัฐวาติกันประจำประเทศไทย

วันเสาร์ที่ 18 พฤษภาคม ท่านเดินทางไปยัง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เพื่อเป็นประธาน ในพิธีบูชาขอบพระคุณเปิดงานฉลอง 350 ปี การสถาปนามิสซังสยาม และช่วงบ่าย ท่านได้พบกับบรรดานักบวชชาย-หญิง สามเณร และครูคำสอน ณ สักการสถานบุญราศีนิโคลาส บุญเกิด กฤษบำรุง ซึ่งท่านได้รับการสถาปนาเป็นบุญราศีโดยนักบุญ ยอห์น ปอล ที่ 2 พระสันตะปาปา ในปี ค.ศ. 2000 คุณพ่อนิโคลาสเสียชีวิตที่เรือนจำ ถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏภายนอกราชอาณาจักร ในช่วงสุดท้ายท่านได้อุทิศชีวิตทั้งครบแด่พระคริสตเจ้าและประกาศข่าวดีของพระองค์ในผืนแผ่นดินไทย

พระคาร์ดินัลฟิโลนีเยือนเขตศาสนปกครองเชียงใหม่

วันอาทิตย์ที่ 19 พฤษภาคม พระคาร์ดินัล ฟิโลนีเดินทางไปยังจังหวัดเชียงใหม่ ภาคเหนือของประเทศไทย ในพื้นที่ที่ประชากรชนเผ่าพื้นเมืองอาศัยอยู่จำนวนมาก และได้รับการต้อนรับโดยกลุ่มชาวล้านนาและชาวอาข่า ณ ที่นั่นท่านได้พบกับบรรดาบาดหลวง นักบวช ครูคำสอน หัวหน้าคริสตังระจำหมู่บ้าน และถวายมิสซาในช่วงเย็นของวันนั้น ที่อาสนวิหารพระหฤทัยเชียงใหม่ พร้อมกับบิชอป ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์ บิชอปยอแซฟ วุฒิเลิศ แห่ล้อม

ต่อมาในวันจันทร์ที่ 20 พฤษภาคม พระคาร์ดินัลเดินทางไปยังศูนย์แพร่ธรรมกลุ่มชาติพันธุ์ของเขตศาสนปกครองเชียงใหม่ วัดแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ แม่ปอน และร่วมถวายมิสซากับพวกเขา

บิชอปวีระ อาภรณ์รัตน์ กล่าวคำปราศรัยต้อนรับพระคาร์ดินัลฟิโลนี

ในนามของเขตศาสนปกครองเชียงใหม่ และพี่น้องคริสตชนชาวเขตศาสนปกครองเชียงใหม่-เขตศาสนปกครองเชียงราย รู้สึกยินดีและขอบคุณที่ได้มีโอกาสต้อนรับพระคาร์ดินัลแฟร์นันโด ฟิโลนี และอาร์ชบิชอปพอล ชาง อิน-นัม ที่ให้เกียรติมาเยือนเขตศาสนปกครองเชียงใหม่ ในโอกาสนี้ข้าพเจ้าขอกล่าวถึงประวัติโดยย่อของเขตศาสนปกครองเชียงใหม่ดังนี้

ในปี 1931 มีวัดพระหฤทัย ในปี 1932 คณะ ภราดาเซนต์คาเบรียล ตั้งโรงเรียนมงฟอร์ตฯ คณะอุร์สุลิน ตั้งโรงเรียนเรยีนาเชลีฯ

เขตศาสนปกครองเชียงใหม่ตั้งโรงเรียนพระหฤทัย มาช่วยบริหารงานของโรงเรียน

เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน ค.ศ. 1959 สมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ที่ 23 ได้ทรงประกาศตั้งเขตสังฆรักษ์เชียงใหม่ โดยแยกจากพื้นที่เขตศาสนปกครองกรุงเทพฯ และวันที่ 18 ธันวาคม ค.ศ.1965 สมเด็จพระสันตะปาปาเปาโล ที่ 6 ได้ประกาศยกฐานะเป็นเขตศาสนปกครอง

พี่น้องคริสตชนในเขตศาสนปกครองเชียงใหม่ ส่วนใหญ่เป็นพี่น้องชนเผ่า คือ ชนพื้นเมืองชนเผ่าปกาเกอะญอ อาข่า ม้ง ลาหู่ เมี่ยน คะฉิ่น ไทยใหญ่ จีน ละว้า ฯลฯ และปัจจุบันก็ได้มีผู้ที่สนใจและการกลับใจมาเป็นคาทอลิกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง

เวลาผ่านไปแล้วกว่า 60 ปี เมื่อวันที่ 25 เมษายน ค.ศ. 2018 เวลา 17.00 น. เราได้รับข่าวดีจากกรุงโรม คือ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส ทรงประกาศตั้งเขตศาสนปกครองเชียงราย เป็นเขตศาสนปกครองที่ 11 (แยกจากเขตศาสนปกครองเชียงใหม่) และคุณพ่อยอแซฟ วุฒิเลิศ แห่ล้อม ได้รับการแต่งตั้งเป็นบิชอป ประมุของค์แรก และได้มีการบวชเป็นบิชอป เมื่อวันเสาร์ที่ 7 กรกฎาคม ค.ศ. 2018 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย

ปัจจุบัน พื้นที่เขตศาสนปกครองเชียงใหม่ ประกอบด้วย 4 จังหวัด คือ จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และแม่ฮ่องสอน

มีพื้นที่ทั้งหมด 48,013.36 ตารางกิโลเมตร
ประชากร 3,140,056 คน
จำนวนคาทอลิก 55,489 คน
คริสตังสำรอง 9,123 คน
เขตวัดจำนวน 34 เขต
วัดสาขา จำนวน 368 วัด
บาดหลวงเขตศาสนปกครอง 35 องค์
บาดหลวงนักบวชและบาดหลวงต่างเขต
ศาสนปกครอง (จำนวน 8 คณะ)
47 องค์
ภราดา 15 ท่าน
ภคินี (จำนวน 14 คณะ) 125 ท่าน
ครูคำสอน 300 คน

นับเป็นความกรุณาของท่านทั้งสองเป็นอย่างยิ่งในการมาเยือนพวกเราในโอกาส 350 ปี มิสซังสยาม และ 60 ปี มิสซังเชียงใหม่ครั้งนี้ เขตศาสนปกครองเชียงใหม่-เชียงราย พี่น้องพระสงฆ์ นักบวช ครูคำสอนและพี่น้องคริสตชน ขอต้อนรับ ฯพณฯ ทั้งสอง หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ฯพณฯ คงได้รับความสุขสบายของดินฟ้าอากาศของเชียงใหม่และรวมทั้งความปรารถนาดีอย่างจริงใจยิ่ง ของชาวเชียงใหม่และเชียงราย ทุกประการ

ประวัติพระคาร์ดินัลแฟร์นันโด ฟิโลนี

พระคาร์ดินัลแฟร์นันโด ฟิโลนี (Card. Fernando FILONI) สมณมนตรีแห่งสมณกระทรวงประกาศพระวรสารสู่ปวงชน (Congregation for the Evangelization of Peoples) หรือสมณกระทรวง “โปรปากันดา ฟีเด” (Propaganda Fide) เป็นสมณกระทรวงรับผิดชอบการแพร่ธรรมทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยด้วย

พระคาร์ดินัลเเฟร์นันโด ฟิโลนี ชาวอิตาเลียน เกิดวันที่ 15 เมษายน ค.ศ. 1946

บวชเป็นบาดหลวงวันที่ 3 กรกฎาคม ค.ศ. 1970 เมื่ออายุ 24 ปี

สมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2 ได้ทรงแต่งตั้งท่านเป็นอาร์ชบิชอปวันที่ 19 มีนาคม
ค.ศ. 2001

สมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ ที่ 16 ได้ทรงแต่งตั้งท่านเป็นพระคาร์ดินัล ขั้นสังฆานุกร (Cardinal Deacon) วันที่ 18 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2012 และได้รับแต่งตั้งเป็นสมณมนตรีแห่งสมณกระทรวงประกาศพระวรสารสู่ปวงชน วันที่ 10 พฤษภาคม ค.ศ. 2011

ค.ศ. 2013 ได้เข้าร่วมประชุม “คอนเคลฟ” เพื่อเลือกตั้งพระสันตะปาปา ด้วย

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสได้ทรงยกฐานะ พระคาร์ดินัลเป็นขั้นบิชอป (Cardinal Bishop) เมื่อ วันที่ 28 มิถุนายน ค.ศ. 2018

ท่านได้รับยกย่องว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับประเทศจีน และตะวันออกกลาง

เคยได้รับหน้าที่ต่างๆ ทางการทูตแห่งสันตะสำนักประจำประเทศต่างๆ เช่น ประเทศศรีลังกา (ค.ศ. 1981-87) อิหร่าน (ค.ศ. 1983-85) บราซิล (ค.ศ. 1989-92) และได้รับแต่งตั้งเป็นสมณทูตครั้งแรกประจำ ประเทศอิรัก และจอร์แดน ค.ศ. 2001-06 และย้ายไปประจำประเทศฟิลิปปินส์ (ค.ศ. 2006-07) และเคยรับตำแหน่งสมณมนตรีประจำสำนักเลขาธิการแห่งสันตะสำนัก นครรัฐวาติกัน (หรือ Substitute เทียบเท่ารัฐมนตรีมหาดไทย) ค.ศ. 2007-11

สภาประมุขบาดหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ได้เรียนเชิญท่านมา เพื่อเปิดงานฉลอง “350 ปี มิสซังสยาม” วันที่ 18 พฤษภาคม ค.ศ.2019 และท่านได้เดินทางไปภาคเหนือ เพื่อเยี่ยมเขตศาสนปกครองเชียงใหม่ เชียงราย และมีบรรดาบิชอป ผู้นำ
พระศาสนจักรท้องถิ่น บาดหลวง นักบวชชาย-หญิง และสัตบุรุษ มาร่วมพิธีด้วย

สมเด็จพระสันตะปาปาเกรโกรี ที่ 15 ได้ทรงตั้ง สมณกระทรวงโปรปากันดา ขึ้นวันที่ 12 มีนาคม ค.ศ. 1622 เพื่อส่งธรรมทูตออกไปแพร่ธรรมทั่วโลก และสมัยของพระองค์ได้ทรงประกาศให้การเลือกตั้งพระสันตะปาปาให้ประชุมลับ (Conclave) ค.ศ. 1627

สมเด็จพระสันตะปาปาอูร์บาโน ที่ 8 (ค.ศ. 1627-44) ได้ทรงตั้งบ้านเณรศูนย์กลางขึ้นชื่อวิทยาลัยอูร์บานีอานา (Collegium Urbanum) สำหรับอบรมผู้ที่จะส่งไปเป็นธรรมทูตทั่วโลก

สมเด็จพระสันตะปาปาเปาโล ที่ 6 ได้ทรงเปลี่ยนโครงสร้าง “โรมัน คูเรีย” ใหม่ และได้เปลี่ยนชื่อสมณกระทรวงเป็น “สมณกระทรวงประกาศพระวรสารสู่ปวงชน” (Congregation for Evangelization of Peoples) วันที่ 15 สิงหาคม ค.ศ. 1967

สมเด็จพระสันตะปาปาเคลเมนต์ ที่ 9 ได้ทรงสถาปนามิสซังสยาม วันที่ 4 มิถุนายน ค.ศ. 1669/ พ.ศ. 2212

สำหรับพระคาร์ดินัลที่เป็นสมณมนตรีแห่งสมณกระทรวงฯ ที่คนไทยเราคุ้นเคย และบางองค์ได้มาเยี่ยมประเทศไทยด้วย พระคาร์ดินัลอังเยโล รอซซี (ค.ศ. 1970-84) พระคาร์ดินัลโจเซฟ ทอมโก (ค.ศ. 1985-2001) พระคาร์ดินัลเครสเซนซีโอ เซเป (ค.ศ. 2001-06) พระคาร์ดินัลอีวาน ดีอาส (ค.ศ. 2006-11) และ ณ เวลานี้ พระคาร์ดินัลแฟร์นันโด ฟิโลนี (ค.ศ. 2011 – ปัจจุบัน (2019)

ตั้งแต่ก่อตั้งมาจนถึงปัจจุบันมีผู้ที่ทำหน้าที่เป็นสมณมนตรีแห่งสมณกระทรวงดังกล่าวทั้งหมด
40 องค์

ในอดีตช่วงหนึ่งได้เรียกพระคาร์ดินัลของสมณกระทรวงประกาศพระวรสารฯ นี้ว่า “โป๊ปสีแดง Red Pope” เพราะเหตุผลที่ว่าท่านมีอำนาจในการดูแลประเทศต่างๆ ในเขตการแพร่ธรรมคือประเทศต่างๆ ในภาคพื้นทวีปเอเชีย แอฟริกา ออสเตรเลีย และบางประเทศในแถบลาตินอเมริกา ประเทศไทยอยู่ภายใต้การดูแลของสมณกระทรวงนี้ รวมทั้งการนำเสนอแต่งตั้งบิชอปใหม่ กิจการการอบรมสามเณรเพื่อเตรียมตัวเป็นบาดหลวง และการขอทุนต่างๆ เพื่อการแพร่ธรรม ฯลฯ อยู่ในอาณัติของสมณกระทรวงนี้